ดร. สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์ : นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิต FoodMatrix (Food State)

นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิต FoodMatrix (Food State) โดย ดร. สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์ ตอนที่1



นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิต FoodMatrix (Food State) โดย ดร. สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์ ตอนที่2



ดาวน์โหลดไฟล์MP3ได้ตรงปุ่มลง

ประวัติ ดร. สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์

- ปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จาก มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์

- ปริญญาโทสาขากายวิภาคศาสตร์ จาก ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟฮาวาย สหรัฐอเมริกา

- ปริญญาเอกสาขากายวิภาคศาสตร์ จาก ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟยูทา สหรัฐอเมริกา

- เป็นผู้ก่อตั้ง วชิรพยาบาล

- เป็นผู้ก่อตั้ง คณะแพทย์ศาสตร์ มศว.ประสานมิตร

- เป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัย มหิดล กว่า 30 ปี

- เป็นนักธรรมชาติ บำบัด ที่ประกาศตัวว่าจะมีอายุยืน เกิน 100 ปีโดยมีสุขภาพแข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติ


บรรยายผลิตภัณฑ์ FoodMatrix และวีว่า โดย พญ.รัสรินทร์ ชุติพัฒน์รังสี


บรรยายผลิตภัณฑ์ FoodMatrix และวีว่า โดย พญ.รัสรินทร์ ชุติพัฒน์รังสี









กระบวนการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของสารอาหาร FoodMatrix Technology®





FoodMatrix Technology®
กระบวนการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของสารอาหาร

การทำงานของฟู้ดแมทริกซ์®
เมื่อสารอาหารฟู้ดแมทริกซ์ ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะทำการเลียนแบบรูปร่างของเซลล์ และตรงเข้าซ่อมแซมเฉพาะเซลล์ที่อ่อนแอ ทำให้ไม่เกิดการตกค้างในร่างกาย และสารอาหารจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าสารอาหารทั่วไปถึง 16 เท่า

คำพิพากษา
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1993 การฟ้องร้องคดีที่มีมูลค่าความเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์ได้มากถึงที่สุด เมื่อผู้พิพากษาศาลเขตแคลิฟอร์เนียได้ใช้อำนาจโดยพิจารณาจากพยาน หลักฐานทุกประการที่นำเสนอระหว่างการไต่สวนคดีความ (คดี#C8920658SW) โดยคำพิพากษาได้ยินยอมให้มีการกล่าวอ้างสรรพคุณดังต่อไปนี้

• โภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® ดีกว่าโภชนาหารแบบ isolated USP
• โภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® ถูกดูดซึม คงอยู่ และใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าโภชนาหาร USP
• โภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® ผลิตขึ้นภายใต้กระบวนการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ

Nobel Prize

ดร. กุนเทอร์ โบลเบลรางวัลโนเบลสาขาสรีระวิทยาหรือการแพทย์ ปี 1999 กับการค้นพบภายใต้ทฤษฎีที่ว่า “โปรตีนมีสัญญาณภายในตัวเองซึ่งควบคุมการขนส่ง และการกำหนดตำแหน่งเฉพาะตัวมันเองภายในเซลล์”

ความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ ทางด้านโภชนาหาร

ปรัชญาโภชนาหาร
ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ
ปัจจุบันเป็นยุคของการตื่นตัวในการดูแลสุขภาพ ความต้องการมีชีวิตชีวาและอายุที่ยืนนาน หรือแม้กระทั่งการมีรูปร่างที่ดี เป็นผลมาจากสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ รวมถึงจำนวนศูนย์ฟิตเนสและร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่หันมารับประทานอาหารที่มาจากธรรมชาติและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีเพิ่มขึ้น

จับตามองการใช้ชีวิต
การใช้ชีวิตมีอิทธิพลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ที่ดี สี กลิ่น และดนตรีมีผลต่อความรู้สึก สัมผัส การหัวเราะและความสนุกสนานเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดี

การรับประทานอาหารเสริมเป็นสิ่งจำเป็น
การวิจัยได้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการรับประทานอาหารเสริมด้วยไมโครนิวเทรียนต์ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุ กรดอะมิโน แอนตี้-ออกซิแดนต์ ไฟโตเคมิคอล และกรดไขมันที่จำเป็น เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกาย ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของผัก ผลไม้ มักไม่เพียงพอ อันเป็นผลมาจากปัจจัยด้านการเพาะปลูก การขนส่ง การเก็บรักษาและกรรมวิธีในการปรุงอาหารที่ลดคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงการรับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่มากเกินไป และการอดอาหารอย่างไม่ถูกวิธี ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น และมีผลเสียต่อสุขภาพอาหารเสริม จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการมีสุขภาพที่ดี

สิ่งที่คุณไม่ทราบ
พวกเราทุกคนต่างทราบดีว่าอาหารมากมายที่เรากำลังบริโภคนั้น ให้คุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ จึงทำให้ผู้คนหันมาพึ่งพาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ทว่า “สิ่งที่คุณไม่ทราบ” จะเป็นตัวการสร้างความเสียหายแก่พวกเรา... กิจการธุรกิจยารายใหญ่ ได้เก็บงำความเป็นจริงที่ว่าแท้จริงบริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้ ได้เคยดำเนินการทางศาลเพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ได้สดับรับฟังความจริงที่จะกล่าวต่อไป!

ทราบหรือไม่ว่ากว่าร้อยละ 90 ของวิตามินและแร่ธาตุที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับพันชนิดที่คุณซื้อหา มีส่วนผสมของแร่ธาตุที่ถูกขุดขึ้นมาจากเหมืองทั่วโลก และ “หินบดละเอียด” (Crushed Rocks) เหล่านี้ก็คือสิ่งเดียวกันกับที่คุณได้รับประทานในอาหารเช้าประเภทซีเรียล หรือวิตามินประจำวันของคุณ

สิ่งที่คุณไม่ทราบก็คือ เคมีภัณฑ์และหินเหล่านี้ นอกจากร่างกายจะไม่ยอมรับเป็นโภชนาหารแล้ว ในบางกรณียังก่อให้เกิดพิษภัยอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าในความพยายามทำสิ่งที่เป็นคุณแก่ร่างกาย กลับอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างแท้จริงแก่ตัวเอง โดยสารเคมีและหินปูนที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิตของคุณนี่เอง คือ ต้นเหตุแห่งหายนะดังกล่าว

ในกรณีตรงข้ามกับสภาพดังกล่าวข้างต้น โภชนาหารที่พบในอาหารจะได้รับการยอมรับจากร่างกาย และร่างกายจะใช้มันไปเพื่อการบำรุงเลี้ยงส่วนต่างๆ ซึ่งโภชนาหารเชิงซ้อน (complex nutrients) เหล่านี้จะอยู่ในรูปของฟู้ดแมทริกซ์® โดยที่วิตามินและเกลือแร่จะเกาะตัวอยู่กับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน (lipids) เอนไซม์ และไบโอเฟลวานอยด์ (bioflavonoids)
โภชนาหารในฟู้ดแมทริกซ์® ถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งไม่ใช่สารเคมีที่ถูกแยกออกมาโดดๆ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีการที่จะทำงานร่วมกับธรรมชาติ เพื่อผลิตโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® ซึ่งเป็นการผนวกรวมวิตามิน และเกลือแร่อาหารที่แท้จริงเข้าด้วยกันโดยมีปัจจัยร่วม (cofactors) ที่สำคัญทุกอย่างยึดโยงอยู่กับวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกายของคุณ

เพื่อให้เข้าใจว่าโภชนาหารเหล่านี้ทำหน้าที่ได้ดีเพียงใด นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแครนตัน ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® กับสารเคมีแบบ “แยกส่วน” (isolated chemicals) ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัยทารก กระบวนการเริ่มจากการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดด้วยอาหารพร่องโภชนาการเป็นเวลาสองสัปดาห์ จากนั้นจึงเริ่มให้กลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารแบบ “แยกส่วน” อีกกลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® เป็นเวลาสี่สัปดาห์เท่ากัน ระหว่างนั้นก็ทำการชั่งน้ำหนักและบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงบนกราฟ ผลปรากฏว่าสัตว์วัยอ่อนเหล่านี้ซึ่งเซลล์ร่างกายกำลังต้องการโภชนาหาร กลับไม่ได้รับประโยชน์จากโภชนาหารแบบ “แยกส่วน” ซ้ำยังมีน้ำหนักตัวลดลง ในทางตรงกันข้ามกลุ่มที่ได้รับฟู้ดแมทริกซ์® กลับเติบโตและน้ำหนักของพวกมันได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงเวลา 4 สัปดาห์ การศึกษานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โภชนาหารแบบแยกส่วนให้ผลน้อยมากหรืออาจไม่ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์
คุณคิดว่าโภชนาหารชนิดใดที่คุณกำลังใช้เลี้ยงดูเซลล์ในร่างกายของคุณ ?

วิตามินจำเป็นต้องมีองค์ประกอบร่วม (cofactors) บางประการ จึงจะทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ผู้ช่วย” เหล่านี้ประกอบด้วยไบโอเฟลวานอยด์และสารธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพเมื่อทำงานร่วมกับวิตามิน หากปราศจากองค์ประกอบร่วมดังกล่าว จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของสารเคมีแบบแยกส่วนที่ถูกผลิตขึ้นในปริมาณมากมีเพียงน้อยนิด ซึ่งพิจารณาจาก กรณีวิตามิน C เป็นตัวอย่าง

ในการศึกษาเปรียบเทียบที่ดำเนินการที่วิทยาลัยการแพทย์นิวเจอร์ซี่พบว่าวิตามิน C แบบฟู้ดแมทริกซ์® ในกระแสเลือดมากกว่า 5 เท่า หลังผ่านไปสองชั่วโมง และมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อถึง 18 เท่า หลังผ่านไป 12 ชั่วโมง ยิ่งกว่านั้นแม้เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง วิตามิน C จากฟู้ดแมทริกซ์TM ก็ยังมีมากกว่าวิตามิน C แบบ “แยกส่วน” ในทุกๆ ช่วงเวลา

ข้อพิสูจน์ต่อไปถึงความเหนือกว่าของโภชนาหาร คือ การศึกษาที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยสแครนตัน โดยการใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวัดปริมาณโภชนาหารที่ปรากฏในเนื้อเยื่อหลังการบริโภค ฟู้ดแมทริกซ์® และแอสคอร์บิค-แอซิด (วิตามินซี) ผลลัพธ์ที่ได้น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าปริมาณวิตามิน C ในแบบฟู้ดแมทริกซ์® จะปรากฏในเนื้อเยื่อมากกว่าวิตามิน C เมื่ออยู่ในสถานะโดดๆ ถึง 16 เท่าตัว
มะเร็งในลำไส้ใหญ่คร่าชีวิตคนอเมริกันปีละประมาณ 47,000 คน มีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า โรคที่น่าสะพรึงกลัวนี้พัฒนามาจากติ่งเนื้องอก (polyps) ดังนั้นการเติบโตของเนื้องอกเหล่านี้จึงได้รับการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของคนไข้ ซึ่งในขณะที่ผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า วิตามินซี สามารถหยุดยั้งการเติบโตของเนื้องอกได้ แต่การศึกษาที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยดับลิน ทรินิตี คอลเลจ (University of Dubin Trinity College) เปิดเผยว่า วิตามินซี แบบฟู้ดแมทริกซ์® สามารถลดขนาดของเนื้องอกลงกว่าร้อยละ 50 ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® เหนือกว่าสารอาหารแบบ “แยกส่วน” อย่างมากมาย

ประเด็นคุณประโยชน์สำคัญอีกประการของเทคโนโลยีชีวภาพใหม่นี้อยู่ที่วิธีการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่ร่างกาย ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีกระบวนการที่เป็นระบบที่ร่างกายใช้ในการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่เซลล์โดยตรงทั้งนี้หากปราศจากโปรตีนพิเศษที่ชื่อว่า “Chaperone” ซึ่งพบได้ในโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์® แร่ธาตุจากหินบด (crushed rock minerals) ซึ่งพบในอาหารเสริมเกือบทั้งหมดก็จะจบลงด้วยการล่องลอยอย่างไร้จุดหมายในกระแสโลหิต นักวิทยาศาสตร์เองก็เพิ่งเริ่มที่จะเข้าใจถึงผลที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของแร่ธาตุที่ล่องลอยโดยอิสระในร่างกายเหล่านี้

แคลเซียม นับเป็นตัวอย่างเด่นชัดที่แสดงว่าแร่ธาตุเหล่านี้เป็นอันตรายเพียงใด ปัจจุบันสตรีจำนวนนับล้านๆ คน บริโภคอาหารเสริมแคลเซียมมากกว่าผู้หญิงในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก สหรัฐอเมริกากลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน (osteoperosis) สูงสุด สภาวะที่เป็นอันตรายนี้รู้จักกันในชื่อของ “Brittle Bone Disease” หรือ “โรคกระดูกเปราะ” ที่ทำให้เกิดช่องว่างในกระดูกซึ่งสามารถนำสู่การแตกร้าวถึงทุพพลภาพและมักอันตรายถึงชีวิตในรูปภาพต่อไปนี้คุณจะได้เห็นการแตกร้าวจากการกดดันของกระดูกสันหลัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการอ่อนตัวของกระดูก อย่างไรก็ตามการบริโภคยาเม็ดแคลเซียมส่วนใหญ่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เพียงเล็กน้อย และอาจนำมาซึ่งหากปราศจากซึ่งการส่งผ่านโปรตีน เพื่อเป็นตัวนำพาแคลเซียมให้ตรงเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมายที่แท้จริงแล้วแคลเซียมคาร์บอเนต (ซึ่งก็คือหินปูนบดละเอียดธรรมดา) ก็จะเข้าไปเกาะตามเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งจะส่งผลที่เป็นอันตรายยิ่ง แคลเซียมเหล่านี้อาจหาทางเข้าสู่บริเวณทรวงอกและไต หรืออาจเป็นอันตรายยิ่งขึ้นในกรณีที่ไปเกาะติดผนังเส้นเลือดแดง ทำให้ผนังเส้นเลือดแข็งและหนาขึ้น ผลึก (Plaque) แคลเซียมนี่เองที่เป็นตัวการสำคัญของโรคหัวใจหรือหัวใจล้มเหลว ลองพิจารณาความแตกต่างระหว่างเส้นเลือดหัวใจ (coronary artery) ที่เป็นปกติกับเส้นเลือดที่อุดตันด้วยหินปูน

นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยง่ายว่า ทำไมคนอเมริกันจำนวนมาก จึงต้องเข้าคิวรอคอยการตรวจร่างกายด้วยเครื่องสแกนเนอร์เทคโนโลยีสูง ที่สามารถตรวจสอบการก่อตัวของหินปูนอันตรายที่เส้นเลือดหัวใจของพวกเขา

“สิ่งที่คุณไม่ทราบ” สามารถก่ออันตรายแก่ตัวคุณ บริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้พยายามต่อสู้เพื่อเก็บงำความจริงเหล่านี้ให้เป็นความลับสำหรับพวกเราทั้งปวง ห้องปฏิบัติการของพวกเขาได้ผลิตสารเคมีและหินบด ซึ่งอย่างดีก็แค่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงน้อยนิด แต่สามารถก่ออันตรายอย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้เรารู้ความจริงแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเราที่จะเผยแพร่ข่าวดีออกไป มีวิธีการที่ปลอดภัยและเป็นผลดีต่อสุขอนามัยกว่าในการดูแลร่างกายของคุณ

“ คุณ คือ ผู้ที่อยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่
ในด้านสุขภาพและความอยู่ดี กินดี
ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

จงแบ่งปันข้อมูลข่าวสารนี้กับทุกคนที่คุณใส่ใจและห่วงใย...
สมควรหรือไม่ที่พวกเราจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในโลก
เราจะเป็นผู้ชนะ เพราะความจริง
ยืนอยู่เคียงข้างพวกเรา”

แอนดรูว์ ซาเลย์
ผู้ประดิษฐ์คิดค้นฟู้ดแมทริกซ์®

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณนพดล กลิ่นบำรุง, เควิน ฮาร์ดิง และเจฟ นิโคลาส ได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนกับแอนดรูว์ ซาเลย์ นักวิทยาศาสตร์นักวิจัยซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นฟู้ดแมทริกซ์® แอนดรูว์ เคยเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์รุ่นหนุ่มที่ได้ทำงานร่วมกับ Szent-Gyorgyi ที่ University of Szeged ในฮังการีโดย Szent-Gyorgyi คือผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาการแพทย์ ด้วยผลงานจากการค้นพบวิตามิน ซี และแอนดรูว์ ซาเลย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนร่วมในการวิจัยในครั้งนั้น

คุณค้นพบฟู้ดแมทริกซ์® ได้อย่างไรครับ ?
ในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัยของ Szent-Gyorgyi เขาได้สรุปว่า เขาได้ค้นพบบางสิ่งที่มีประสิทธิภาพกว่าวิตามินที่เป็นผลึกโดดเดี่ยว เราจึงพัฒนาผลงานของเขาต่อ และได้ทำการทดสอบกระบวนการสกัดด้วยแนวทางเดียวกับที่เขาทำจนกระทั่งได้ค้นพบองค์ประกอบอาหารที่ทำหน้าที่เป็นพาหะ หรือตัวลำเลียง (carrier food factors) ที่สำคัญยิ่งอื่นๆ

“ตัวลำเลียง” เหล่านั้นคืออะไร?
Szent-Gyorgyi เรียกสารนี้ว่า วิตามิน P. โดยที่สิ่งนี้ไม่ใช่วัตถุที่เป็นเอกเทศ แต่จะอยู่ในรูปองค์ประกอบของไบโอเฟลโวนอยด์ คาร์โบไฮเครต โปรตีน เอนไซม์ และกรดไขมัน เราทำให้สารดังกล่าวจับตัวห่อหุ้มรอบวิตามิน ซี และทำให้เกิดเป็นกลุ่มสารประกอบเชิงซ้อนขึ้นมาจากกระบวนการนี้

เท่ากับว่าคุณได้ค้นพบฟู้ดแมทริกซ์® ของวิตามิน ซี แล้วจากนั้นต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นครับ ?
ขั้นต่อไปเราก็ได้ทดลองกับวิตามินอื่นๆ โดยเราได้ศึกษางานวิจัย และได้ดำเนินกระบวนการตามที่เคยทำมาแล้ว เพื่อพิจารณาแยกแยะว่าวิตามินถูกสกัดออกมาได้อย่างไร และเราก็ได้ทำการสร้างองค์ประกอบอาหารที่เป็นพาหะ หรือตัวลำเลียงให้กับวิตามินแต่ละตัว

แล้วพาหะของวิตามินแต่ละตัวมีความแตกต่างกันไหม ?
แตกต่างกันแน่นอน คือ หากเรามีวิตามินที่แตกต่างกันรวม 14 ชนิด องค์ประกอบอาหารที่เป็นพาหะก็จะมีความแตกต่างกันในวิตามินทั้ง 14 ชนิด เราได้ทำการทดลองต่อไปโดยใช้กระบวนการที่เหมือนกันนี้กับเกลือแร่ เราได้ทำการวิเคราะห์หาตัวพาหะ และได้สร้างมันขึ้นมาห่อหุ้มเกลือแร่

กระบวนการนี้ได้จดสิทธิบัตรหรือยัง และจะถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายไหม ?
กระบวนการดังกล่าวของเราได้รับสิทธิบัตรสากลแล้ว และเนื่องจากโภชนาหารแต่ละชนิดจะมีพาหะที่ต่างกันมาก กระบวนการผลิตก็มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง หากคิดจะลอกเลียนแบบกระบวนการผลิต แม้เพียงองค์ประกอบอาหารเพียงชนิดเดียวก็อาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก จากนั้นคุณก็จะต้องเริ่มดำเนินการกับโภชนาหารตัวต่อไปอีก

แล้วการค้นพบนี้จะให้ประโยชน์อะไรกับผู้บริโภคครับ ?
ประการแรก นี่คือธาตุพื้นฐานของอาหาร (ฟู้ดแมทริกซ์®) ที่ไม่ใช่สารเคมีและร่างกายของเราก็ยอมรับมันในฐานะที่เป็นอาหาร ซึ่งในการทดสอบกับคนไข้มีผลสรุปว่า โภชนาหารเหล่านี้มีการดูดซับ และคงอยู่ในร่างกายได้ดีกว่าสารเคมีสังเคราะห์แบบแยกส่วน ประการต่อมา องค์ประกอบอาหารที่เป็นพาหะเหล่านี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่ายโอนโภชนาหารเข้าสู่เซลล์โดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพ และการใช้ประโยชน์ของร่างกายมีมากกว่า ขณะที่สารเคมีสังเคราะห์จะไม่มีตัวลำเลียงเช่นนี้ ดังนั้นจึงส่งผลให้อัตราการนำไปใช้ประโยชน์มีต่ำมาก

ที่มาของวิตามินจากการสังเคราะห์ คือ จุดของความแตกต่างนี้ใช่ไหม ?
ใช่แล้วครับ สารเคมีสังเคราะห์ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเลียนแบบวิตามินแท้ๆ ที่อยู่ในอาหาร โดยสารเคมีเหล่านี้ที่จริงยังอยู่ในสภาวะก่อน (precursor) ที่จะกลายเป็นวิตามินเท่านั้น

หมายความว่าอย่างไรครับ ที่กล่าวว่าสารเคมีดังกล่าวอยู่ในขั้นภาวะก่อนเป็นวิตามิน ?
ก็หมายความว่า มันจะต้องเข้าไปผ่านกระบวนการอีกหนึ่งถึงสองขั้นตอน ก่อนที่จะกลายเป็นสารประกอบออกฤทธิ์ วิตามินสังเคราะห์ไม่ได้เหมือนกับสิ่งที่นักวิจัยจัดทำขึ้นในรูปสูตรทางเคมีของวิตามินเหล่านี้ เขาต้องคำนึงถึงภาวะก่อนเป็นวิตามิน เพราะวิตามินที่ถูกแยกออกจากธรรมชาติจะไม่เสถียร

ไม่เสถียรอย่างไรครับ ?
มันจะถูกทำลาย หรือย่อยสลายไปโดยไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ มันจะสูญเสียความสามารถของตัวมันเองไป

ฉะนั้น คุณจึงใช้องค์ประกอบอาหารที่เป็นพาหะเพื่อทำให้สารประกอบวิตามินมีความเสถียร
ใช่ เราทำอย่างนั้น

คุณคงรู้สึกยินดี เมื่อทราบว่ามีผลการศึกษาวิจัยต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าฟู้ดแมทริกซ์® เหนือกว่า ?
นักวิจัยอิสระได้ทำการศึกษา เมื่อผลการศึกษาเริ่มทยอยปรากฏผลออกมา เราตระหนักว่าเราก็คงจะได้รับผลประโยชน์อะไรบ้าง เมื่อการศึกษาแล้วเสร็จทั้งหมด ผลที่ได้รับนับว่าสร้างความปลาบปลื้มอย่างสูงให้แก่พวกเรา

ท้ายที่สุด อยากให้คุณช่วยหยิบยกว่า อะไรคือคุณประโยชน์สำคัญหนึ่งเดียวของ ฟู้ดแมทริกซ์®
นับเป็นการยากที่จะแยกผลประโยชน์หลักเพียงประการเดียวออกมาชัดเจน เนื่องจากมันมีอยู่หลายอย่าง แน่นอนการปลอดจากพิษภัยนับเป็นคุณประโยชน์อันโดดเด่น แต่ผมอยากพูดว่าเนื่องจากฟู้ดแมทริกซ์TM เป็นอาหารที่จำเป็น เราจึงได้รับประโยชน์จากโภชนาหารอย่างสูง

คณะกรรมการที่ปรึกษา
ด้านวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ของอารากอนเวิลด์ 54

ดับบลิว. อลัน ทอมลินสัน (B.A., N.D., D.O., D. Hom.)
ประธานสมาคมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยเรื่อง Antioxidant การชะลอความแก่ การมีช่วงชีวิตที่ยืนยาว หนึ่งในวิทยากรที่ต้องแย่งจองตัวทำการบรรยายให้กับผู้ฟังทั่วโลก ใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกๆ ด้าน

โคลิน โรเจอร์ (Ph.D.)
ศาสตราจารย์ด้านเคมีแห่งมหาวิทยาลัยนาธาล นำเสนอผลงานวิชาการที่การประชุมคองเกรส ผลงาน 31 เรื่อง ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ

มาสชูด อาร์วานากิ (Ph.D.)
งานวิจัยของ ดร. อาร์วานากิ ได้นำเขาเข้าสู่งานในสาขาชีววิทยาโมเลกุล โภชนาหารเสริมยาต่อต้านโรคข้ออักเสบ และโรคมะเร็ง

นพ. เจที. สตีเฟ่น บาล์ค (M.D., F.A.C.P.)
หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศในด้านโรคผิวหนังที่มีแผล นพ. เจ. แพท อีแวนส์ (M.D.) แพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูก เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Justin Sports Medical Program

แจน เดอ เบเนเดทโต (M.Sc.)
ผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรจีน และเขายังเป็นนวัตกรชั้นแนวหน้าในการคิดค้น และศึกษาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมทางโภชนาหาร

ดร. รูเบน เชอร์ (Ph.D.)
ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกในด้านโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมโรคเอดส์แห่งชาติ

นพ. อีริค เลเวลลิน (N.D.,D.O.)
เป็นสมาชิกของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ และการแพทย์หลายแห่ง ได้รับการยอมรับอย่างสูงทั่วทั้งยุโรป จากงานการวิจัย และผลงานด้านการบำบัดเพื่อส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยวิธีธรรมชาติ

นพ. พอล เอลเลียตต์
ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดความบกพร่องด้านสมาธิ และภาวะไฮเปอร์แอคทีฟ


Why Network Why Aragon by น.ต. พลัฏฐ์ แสนธรรมวุฒิ




Why Network Why Aragon palat by น.ต. พลัฏฐ์ แสนธรรมวุฒิ




ผลิตภัณฑ์FoodMatrix กลุ่มพื้นฐาน โดย Dr.Alan Tomlinson

สารอาหารกับการดูแลสุขภาพ และ

ผลิตภัณฑ์FoodMatrix กลุ่มพื้นฐาน

โดย Dr.Alan Tomlinson นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก










Z-Plex



Omegatone & Calcitone



ViVa,V-Max & Phyto Max



ผู้นำเหนือคนธรรมดา โดย MR.Kieth Harding


ผู้นำเหนือคนธรรมดา โดย MR.Kieth Harding

หลัก10ข้อในการเป็นผู้นำเหนือผู้นำในธุรกิจเครือข่าย










วิตามินFoodMatrix กับ วิตามินเชิงเดี่ยว อะไรดีกว่ากัน?

FoodMatrix Vitamins vs USP Vitamins

วิตามินFoodMatrix กับ วิตามินเชิงเดี่ยว อะไรดีกว่ากัน?

นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิต FoodMatrix:รายการ มยุรามอนิ่งเมาส์


นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิต FoodMatrix:รายการ มยุรามอนิ่งเมาส์






สาเหตุที่ผู้หญิงอเมริกันตายด้วยโรคหัวใจมากกว่าผู้ชาย


สาเหตุที่ผู้หญิงอเมริกันตายด้วยโรคหัวใจมากกว่าผู้ชาย

ภาวะแคลเซี่่ยมอุดตันในหลอดเลือด จากการกินแคลเซียม
เพื่อดูแลเรื่องกระดูกพรุน อาจส่งผลร้ายกว่าที่คิด



วีว่าเคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม


วีว่าเคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม



เคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม
วีว่า น้ำองุ่นเข้มเข้นเพื่อสุขภาพ ค่าต้านอนุมูลอิสระ ORAC SCORE 244,050 ต้านอนุมูลอิสระสูง
ที่สุด รับรองโดย Brunswicks แล็บในคณะแพทย์ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด


วีว่าเคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม


วีว่าเคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม



เคล็ดลับหน้าใสสุขภาพดีอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม
http://vivapluslife.blogspot.com
วีว่า น้ำองุ่นเข้มเข้นเพื่อสุขภาพ ค่าต้านอนุมูลอิสระ ORAC SCORE 244,050 ต้านอนุมูลอิสระสูง
ที่สุด รับรองโดย Brunswicks แล็บในคณะแพทย์ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด


นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิตFoodMatrix กับ dr.Alan Tomlinson นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก รายการ ผู้หญิงด็อทคอม


รายการ ผู้หญิงดอทคอม

นวัตกรรมอาหารแห่งชีวิตFoodMatrix
กับ dr.Alan Tomlinson นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก





มยุรามอนิ่งเมาส์:น้ำองุ่นแดงวีว่าต้านอนุมูลอิสระ ดูแลสุขภาพ


มยุรามอนิ่งเมาส์:น้ำองุ่นแดงวีว่าต้านอนุมูลอิสระ ดูแลสุขภาพ